
ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) เกิดจากความเครียดสะสมเป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการแก้ไข วิธีกลับมาสดใสเริ่มจากการตั้งคำถามกับตัวเองว่ายังอยากอยู่ตรงนี้เพื่ออะไร จัดการความเครียดอย่างตรงจุด และหาสมดุลระหว่างงานกับการดูแลใจตัวเองใหม่อีกครั้ง
หมดไฟในการทำงานคืออะไร
ภาวะหมดไฟในการทำงาน คือภาวะที่เกิดจากความเครียดสูงสะสมจากการทำงานเป็นเวลานาน โดยไม่ได้รับการแก้ไข จนส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้รู้สึกท้อใจ หดหู่ และไม่อยากทำงานนั้นอีกต่อไป ก่อนจะเดินทางมาถึงจุดนี้ เรามักต้องเผชิญกับความกดดันสะสมหลายอย่างโดยที่ไม่ทันสังเกตตัวเอง
สาเหตุที่ทำให้คนหมดใจและหมดไฟในการทำงาน
- งานหนักจนเกินกำลังจะรับไหว ความเครียดจากภาระงาน และความไม่สมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว สะสมจนกลายเป็นภาวะหมดไฟ
- ต้องทำงานร่วมกับคน Toxic การทำงานกับคนที่มีพฤติกรรมเป็นพิษสร้างความเครียดและความกดดันสะสม โดยเฉพาะเมื่อเราปล่อยผ่านพฤติกรรมนั้นไม่ได้
- ความไม่เท่าเทียมในที่ทำงาน การแบ่งพรรคแบ่งพวก อคติ หรือความลำเอียงในองค์กร ทำให้พนักงานบางคนรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม
- ต้องทำงานที่ไม่ถนัดหรือไม่ชอบ เมื่องานไม่ตรงกับความสามารถ ประสิทธิภาพการทำงานจะลดลงและความกดดันจะเพิ่มขึ้น
- ความผิดหวังในที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นความผิดหวังกับเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า หรือระบบบริหารจัดการขององค์กร
สัญญาณที่บอกว่าเรากำลังหมดไฟ
- รู้สึกหมดพลังใจ เหนื่อยล้า หดหู่ เศร้า หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวนโดยเฉพาะช่วงเครียดเรื่องงาน
- คิดลบต่อตัวเอง ไม่พอใจในงานที่ทำ ขาดความมั่นใจในความสามารถของตัวเอง
- ความสามารถในการทำงานลดลง ไม่มีสมาธิ เฉื่อยชา ผัดวันประกันพรุ่ง ทำงานผิดพลาดบ่อยขึ้น ไม่อยากไปทำงาน
- มีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน โทษคนอื่น ระแวงคนอื่น มองคนอื่นในแง่ลบ
เมื่อหมดใจไปแล้ว จะกลับมาสดใสได้อย่างไร
1. ตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมยังเลือกอยู่ตรงนี้
เมื่อมีคำตอบให้ตัวเองชัดเจน จะช่วยให้รู้ว่าควรสู้กับสิ่งที่กำลังเผชิญต่อไป หรือควรมองหาทางเลือกใหม่ให้ตัวเอง
2. ฝึกมองด้านบวกของงานให้มากขึ้น
หากเลือกที่จะอยู่ในจุดเดิม การฝึกมองเห็นข้อดีของงานและมองข้ามด้านลบที่ทำให้ไม่สบายใจไปบ้าง จะช่วยประคองใจให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้
3. สำรวจตัวเองอีกครั้ง
ถามตัวเองว่างานที่ทำอยู่ตรงกับความเป็นตัวเราและความสามารถของเราไหม ถ้าตรงแล้วทำไมยังหมดใจ แต่ถ้าไม่ตรง ควรปรับตัวอย่างไร เช่น หาความรู้เพิ่มเติม ฝึกฝนทักษะใหม่ หรือเลือกเดินออกไปหาจุดที่เหมาะกับตัวเองมากกว่า
4. จัดการความเครียดอย่างตรงจุด
ไม่ปล่อยให้ความเครียดสะสมเป็นเวลานาน ไม่เก็บเรื่องเครียดไว้คนเดียว และไม่กดดันตัวเองในการทำงานมากจนเกินไป
5. เปิดใจรับฟังและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน
ความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงานช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและแบ่งเบาความเครียดสะสมได้มาก
6. ผ่อนคลายตัวเองอยู่เสมอ
หาสิ่งที่มีความสุขให้ตัวเอง พักผ่อนให้เพียงพอ และดูแลสุขภาพกายใจให้สมดุลกันไปตลอด
ไม่ใช่แค่พนักงานที่ต้องปรับตัว
นอกจากตัวพนักงานจะต้องดูแลตัวเองแล้ว องค์กรเองก็มีส่วนสำคัญในการป้องกันภาวะหมดไฟ เช่น การจัดสวัสดิการและค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความทุ่มเทของพนักงาน สร้างความเท่าเทียมในองค์กร มีความยืดหยุ่นตามสถานการณ์ และส่งเสริมให้พนักงานได้ทำงานตรงกับความสามารถของตัวเอง
ภาวะหมดไฟในการทำงานเกิดขึ้นได้กับทุกคนในวัยทำงาน สิ่งสำคัญคือการใส่ใจและสังเกตตัวเองอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้ความเครียดสะสมจนเกินไป รักงานที่ทำ และรักตัวเองให้สมดุลกันไปพร้อมกัน
---
*ที่มา: [Burnout Syndrome ภาวะหมดไฟในการทำงาน — โรงพยาบาลกรุงเทพ]
*บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลสุขภาพใจในการทำงาน หากภาวะหมดไฟส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตโดยตรง*