
เมื่อมีฝันแต่ไม่กล้าวิ่งตามมัน ให้เริ่มจากการหาเหตุผลที่แท้จริงว่าอะไรกำลังปิดกั้นเราอยู่ ตระหนักรู้ว่าเราให้ความสำคัญกับอะไร วางแผนให้ชัดเจนพร้อมแผนสำรอง แล้วค่อยๆ ลงมือทำทีละก้าว แทนที่จะรอให้พร้อมสมบูรณ์ก่อนเริ่ม
ทำไมเรารู้ว่าอยากทำ แต่กลับไม่กล้าเริ่ม
เคยไหมที่รู้สึกอยากทำนู่นทำนี่เต็มไปหมด อันนั้นก็ดี อันนี้ก็น่าสนใจ แต่พอลงมือทำจริงกลับรู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเรา แล้วก็มีคำถามวนเวียนในหัวว่าสิ่งที่ทำอยู่คือความชอบจริงๆ ไหม ใช่ความถนัดของเราไหม และคือความฝันที่แท้จริงหรือเปล่า ในชีวิตจริงมีปัจจัยมากมายที่ทำให้เราเลือกเดินไปคนละเส้นทางกับที่ฝันไว้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเงิน หน้าที่ความรับผิดชอบ การขาดความรู้ในสิ่งที่อยากทำ หรือความไม่พร้อมด้านต่างๆ จนหลายครั้งเหตุผลเหล่านี้ทำให้เราตัดสินใจละทิ้งความฝันไปเฉยๆ
ก่อนวิ่งตามฝัน ต้องรู้จักตัวเองก่อน
1. ตระหนักรู้ว่าเราให้ความสำคัญกับอะไร
บางคนให้ความสำคัญกับรายได้ บางคนให้ความสำคัญกับสุขภาพกายหรือใจ บางคนให้ความสำคัญกับความมั่นคง การรู้ตัวว่าเราให้น้ำหนักกับอะไรมากที่สุด จะช่วยให้เรารู้ว่าควรเลือกเดินไปในทางไหน
2. แยกความรู้สึกออกจากเหตุผล
ลองสังเกตตัวเองว่าปกติแล้วเรามักตัดสินใจด้วยความรู้สึกหรือเหตุผลมากกว่ากัน การแยกแยะสองสิ่งนี้ออกจากกันช่วยให้เห็นชัดว่าสิ่งที่อยากทำเป็นเป้าหมายจริงจัง หรือเป็นเพียงความรู้สึกชั่ววูบที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
3. หาเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ไม่กล้าเริ่ม
เมื่อรู้ชัดว่าอะไรคือสิ่งที่ปิดกั้นเราอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน ความรู้ หรือความมั่นใจ เราจะรู้ว่าต้องแก้ไขจุดไหนก่อนเป็นอันดับแรก
จากรู้ตัวสู่การลงมือทำจริง
4. ปลุกความกล้าในตัวเอง
ปัจจัยรอบตัวมากมายอาจทำให้เราขาดความมั่นใจที่จะทำตามฝัน การค่อยๆ สร้างความมั่นใจให้ตัวเองด้วยวิธีที่เหมาะกับเรา จะช่วยให้กล้าลงมือทำมากขึ้นทีละนิด
5. เดินเข้าหาโอกาส อย่ารอให้โอกาสมาหา
เริ่มจากใช้เวลาว่างศึกษาข้อมูลหรือฝึกฝนทักษะที่จะพาเราไปสู่เป้าหมาย ยิ่งเริ่มลงมือทำมากเท่าไหร่ ความมั่นใจในความสามารถของตัวเองก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น
6. วางแผนให้ชัดเจน พร้อมแผนสำรอง
การวางแผนช่วยให้รู้ว่าต้องทำอะไรและทำอย่างไร ส่วนแผนสำรองจะช่วยให้เรารับมือกับอุปสรรคที่เข้ามาได้เร็วขึ้น เมื่อแผนหลักไม่เป็นไปตามที่คิด
7. เติมกำลังใจให้ตัวเองอยู่เสมอ
อุปสรรคเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับทุกเป้าหมาย การรู้จักให้กำลังใจตัวเองในวันที่ท้อ จะช่วยให้เรายังมีแรงสู้ต่อไปจนถึงเส้นชัย
ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ก็ไม่ใช่เรื่องผิด
เข้าใจความเป็นจริงของชีวิตไว้ก่อนว่าไม่มีอะไรได้มาโดยง่าย ลองทบทวนตัวเองหาเป้าหมายที่อยากทำมากที่สุด แล้วทุ่มเทกับมันเต็มที่ ในวันที่ยังทำได้จงลงมือทำ ในวันที่ยังมีความหวังจงสู้เพื่อตัวเอง แต่หากท้ายที่สุดแล้วเราได้ลองอย่างเต็มที่ และเลือกที่จะปล่อยวางความฝันนั้นไป ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพียงแค่เราได้ใช้ชีวิตบนเส้นทางที่เลือกอย่างมีความสุขที่สุดเท่าที่จะทำได้
---
*บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อสนับสนุนการดูแลใจและการตั้งเป้าหมายชีวิต หากความรู้สึกท้อแท้หรือไม่มั่นใจในตัวเองส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตโดยตรง*